อาหารดพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพ เชื่อหรือไม่ว่าอาหารอร่อย ๆ ช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากวันไหนที่คุณเจอแต่ปัญหาและอุปสรรคมากมาย ลองให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารดี ๆ อร่อย ๆ สักมื้อ รับรองว่าจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าวันใดคุณประสบกับปัญหาของโรคซึมเศร้า หรือมีอาการคล้ายซึมเศร้าจนไม่อยากอาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อย ลองกินอาหารคลีนเหล่านี้ดู อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารคลีนต้าน “ซึมเศร้า”

นางจิรัฐิติกาล ดวงสา นักโภชนาการและหัวหน้ากลุ่มงานโภชนาการ รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ ระบุว่า “อาหารคลีน เป็นอาหารต้านซึมเศร้าชั้นเยี่ยม การปรุงจะเน้นลดความหวานเนื่องจากหากร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลเกินกว่า 6 ช้อนชาต่อวัน อาจมีผลต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าได้ และยังลดมัน ลดเค็ม ลดการใช้เครื่องปรุงรสต่าง ๆ โดยเน้นกลุ่มผักและผลไม้เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับ 400 กรัมต่อวัน” อาหารเพื่อสุขภาพ

“อาหารคลีน นอกจากจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้นแล้ว สารสีตามธรรมชาติของผักและผลไม้ ยังมีผลช่วยบำบัดภาวะเจ็บป่วยทางด้านจิตเวชได้ด้วย เช่นกลุ่มผักผลไม้สีแดง อาทิ แตงโม องุ่นแดง มะเขือเทศจะให้สารสีไลโคปีน (Lycopene) และเบต้าไซซิน (Betacycin) มีส่วนช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม กลุ่มผักผลไม้ที่มีสีม่วงเช่นมะเขือม่วง กะหล่ำปลีสีม่วง จะให้สารสีแอนโทไซยานิน (Anthocyanin ) มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลาย อารมณ์ดี เป็นต้น” แทงบอลออนไลน์

“อาหาร” ที่ยิ้มไม่ออกเมื่อไรต้องกิน

  • แตงโม
  • องุ่นแดง
  • มะเขือเทศ
  • มะเขือม่วง
  • กะหล่ำปลีสีม่วง

อาหารคลีน (ปรุงรสให้น้อยที่สุด ใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศต่าง ๆ ในการเพิ่มรสชาติ)

ลดการใช้น้ำมัน โดยใช้น้ำซุปในการผัดแทน หรือใช้น้ำในการช่วยปรุงอาหารแทนน้ำมันในบางเมนู เช่น ไข่ดาวน้ำ (หรือกินไข่ต้มแทนไข่เจียว)

เลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธี ต้ม นึ่ง ย่าง มากกว่าผัด ทอด

ลดอาหารรสจัด หันมากินอาหารรสอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด เป็นต้น

นอกจากนี้ การใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ชอบ ก็ช่วยลดความเครียด ความเศร้าได้เช่นกัน ควรแบ่งเวลาในแต่ละวันเพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมที่ชอบบ้าง รวมถึงแบ่งเวลามาดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยการออกกำลังกายทุกวัน หรืออย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างต่ำ 30 นาที จะช่วยให้ดีขึ้นทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้

10 อาหารช่วยลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักของใครๆ หลายคนมักมากับการอดอาหาร ลดนู่นลดนี้จนแทบจะกินอะไรไม่ได้เลย จึงทำให้หิวมากจนหลายคนทนไม่ไหว แต่หากเราจะบอกว่ามีซูเปอร์ฟู้ดที่เราสามารถกินได้เยอะๆ ในช่วงที่เรากำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น มีพลังงานไม่สูงมากจนเกินไป สารอาหารที่มีประโยชน์สูง และมีใยอาหารที่ช่วยให้อยู่ท้อง และขับถ่ายง่าย ซึ่งเป็นมิตรกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอีกด้วย

10 อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่เพิ่มประสิทธิภาพในการ “ลดน้ำหนัก”

  • เบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี นอกจากนี้สีเข้มๆ ที่มาพร้อมกับสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ช่วยต่อต้านโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

  • ปลา

ปลาคือโปรตีนที่เป็นมิตรกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีโอเมก้า-3 ที่ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ด้วย

  • ผักใบเขียวเข้ม

ผักใบเขียวเข้มเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่เต็มไปด้วยวิตามิน เอ วิตามิน ซี และแคลเซียม ใยอาหาร นอกจากนี้ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์ ที่ช่วยป้องกันโรคบางชนิดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

  • ถั่ว

ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เฮเซลนัท วอลนัท อัลมอนด์ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มาพร้อมกับใยอาหาร ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (ที่ดีต่อสุขภาพ) ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ด้วย

  • น้ำมันมะกอก

ใครว่าลดน้ำหนักแล้วห้ามกินน้ำมัน น้ำมันมะกอกนี่แหละที่เต็มไปด้วยไขมันดีที่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังมีวิตามิน อี พอลิฟีนอล ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ที่ช่วยความเสี่ยงโรคหัวใจได้อีกเช่นกัน

  • โฮลเกรน

โฮลเกรนหรือธัญพืชต่างๆ มีทั้งใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ และยังมีวิตามิน บี สูง ตามด้วยเกลือแร่ และไฟโตนิวเทรียนท์ จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย และปกป้องร่างกายจากโรคหัวใจ และะเบาหวานได้อีกด้วย

  • โยเกิร์ต

โยเกิร์ต มีแคลเซียม และโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ดีต่อร่างกายที่เรียกว่า โพรไบโอติกส์ เป็นแบคทีเรียดีที่ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

  • ผักตระกูลกะหล่ำ

ตัวอย่างเช่น บร็อคโคลี กะหล่ำดาว กะหล่ำ ดอกกะหล่ำ และอื่นๆ มีกากใยอาหาร วิตามิน ไฟโตนิวเทรียนท์ และสารอาหารต่างๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้

  • พืชตระกูลถั่ว

ทั้งถั่วที่เป็นเม็ดๆ หรือถั่วที่กินได้ทั้งฝัก เช่น ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว เป็นแหล่งใยอาหารชั้นดี ที่มีโฟเลต และโปรตีน (ที่มาจากพืช) ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย

  • มะเขือเทศ

มะเขือเทศมีวิตามิน ซี สูงเมื่อกินสด และมีไลโคปีนสูงเมื่อกินแบบสุก และไลโคปีนช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 

Fasting หรือ การจำกัดเวลารับประทานอาหาร เป็นกิจกรรมของคนโบราณที่กลายมาเป็นเทรนด์การลดน้ำหนักล่าสุดในอเมริกาอีกด้วย

“การจำกัดเวลารับประทานอาหาร” คือวิธีการลดน้ำหนักซึ่งแทนที่จะเน้นจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน แต่กลับจำกัดเวลาในการทานอาหารแทน ซึ่งไม่ยากเหมือนวิธีอื่น ๆ เนื่องจากเวลาที่อดอาหารนี้อาจรวมเวลาที่นอนหลับเข้าไปด้วย

แนวคิดพื้นฐานของการทานอาหารแบบจำกัดเวลาคือ การทานอาหารในระยะเวลา 8 ชั่วโมง จากนั้นอดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง โดยแต่ละคนอาจจำกัดระยะเวลาการทานอาหารสั้นลงหรือเพิ่มให้นานขึ้นก็ได้ หรือบางคนอาจทานอาหารเพียงวันละมื้อเดียว

ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือการอดอาหารหลายวันในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งในวันที่อดอาหาร บางคนอาจจะอนุญาตให้ตัวเองทานอาหารได้ประมาณ 600 แคลอรีเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการไหนก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรทานมากเกินไปเมื่อเลิกอดอาหารแล้ว

อย่างไรก็ตาม การศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของการจำกัดเวลารับประทานอาหารต่อสุขภาพนั้นยังมีข้อจำกัด รวมถึงประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักด้วย ขณะที่การศึกษาวิจัยแนะว่า วิธีการนี้อาจไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักมากไปกว่าการลดปริมาณแคลอรีของอาหารที่รับประทานในระยะยาว

คุณ Krista Varady ผู้ศึกษาเรื่องการจำกัดเวลารับประทานอาหาร ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ วิทยาเขตชิคาโก กล่าวว่า วิธีการลดน้ำหนักแบบนี้เป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่หลอกร่างกายของตัวเองให้ทานอาหารแคลอรีน้อยลงนั่นเอง

ส่วนคุณ Courtney Peterson แห่งมหาวิทยาลัยแอละบามา วิทยาเขตเบอร์มิงแฮม เป็นอีกผู้หนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ กล่าวว่า ประโยชน์ที่ได้จากการจำกัดเวลารับประทานอาหาร ไม่ได้ดีเหมือนที่บางคนแนะนำ แต่เป็นการโฆษณาเกินจริงเสียมากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพบางคนกล่าวว่า การจำกัดเวลารับประทานอาหารอาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน อ้างอิงการศึกษาวิจัยที่ศึกษาอาสาสมัคร 100 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่จำกัดเวลารับประทานอาหาร และกลุ่มที่จำกัดปริมาณแคลอรี ผลปรากฏว่ากลุ่มที่อดอาหารมีอัตราการออกจากการศึกษากลางคัน 38% เทียบกับกลุ่มที่จำกัดปริมาณแคลอรีซึ่งออกกลางคันเพียง 29%

ถึงกระนั้น วิธีนี้อาจจะง่ายกว่าสำหรับคนที่มักจะงดทานอาหารอยู่แล้วในช่วงเวลาที่งานยุ่ง

Leave a Comment